ขอน้อมกราบ สักการะบูชา "หลวงพ่อโอภาสี" เว็บไซต์มิใช่เว็บไซต์ของทางวัด จุดประสงค์ในการจัดสร้าง เพื่อเป็นการเผยแพร่หลักธรรมคำสอนของหลวงพ่อ ด้วยจิตศรัทธาอย่างแท้จริงและไม่หวังผลประโยชน์ใดทั้งสิ้น ขอบารมีของหลวงพ่อคุ้มครองรักษาทุกท่านด้วยเทอญ

หลวงพ่อโอภาสี พระผู้สำเร็จเตโชกสิณ

1,520

คลิปจากช่อง YouTube หลวงตา เรื่อง หลวงพ่อโอภาสี (พระมหาชวน มลิพันธ์) พระผู้สำเร็จเตโชกสิณ วัดหลวงพ่อโอภาสี แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม.

หลวงพ่อโอภาสีกับเตโชกสิณ ความหมายของไฟและการไม่ยึดติด

หลวงพ่อโอภาสีแห่งอาศรมบางมด เป็นพระภิกษุที่ได้รับการกล่าวขานถึงวัตรปฏิบัติอันโดดเด่น โดยเฉพาะการเจริญกรรมฐานที่เกี่ยวข้องกับไฟ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เตโชกสิณ”

ภาพของหลวงพ่อโอภาสีนั่งอยู่เบื้องหน้ากองเพลิง ตลอดจนเรื่องราวการนำสิ่งของต่าง ๆ ลงบูชาในกองไฟ กลายเป็นภาพจำที่ทำให้ผู้คนเรียกขานท่านว่า “พระผู้สำเร็จเตโชกสิณ”

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังกองเพลิงไม่ได้มีเพียงเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ตามความเชื่อ แต่ยังซ่อนปริศนาธรรมเกี่ยวกับกิเลส ความไม่เที่ยง และการไม่ยึดติดในวัตถุเอาไว้อีกด้วย

ชมคลิปหลวงพ่อโอภาสี พระผู้สำเร็จเตโชกสิณ

คลิปจากช่อง “หลวงตา” นำเสนอประวัติและเรื่องราวของหลวงพ่อโอภาสี หรือพระมหาชวน มะลิพันธุ์ พระผู้ได้รับการกล่าวขานว่ามีความเชี่ยวชาญด้านเตโชกสิณ

วิดีโอมีความยาวประมาณ 27 นาที ถ่ายทอดทั้งประวัติ วัตรปฏิบัติ และเรื่องราวความศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อโอภาสีแห่งวัดหลวงพ่อโอภาสี แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร https://youtu.be/ZGZ_HoV853I?si=Qtrfd_5p2bK24AkM

เตโชกสิณคืออะไร

คำว่า “เตโชกสิณ” ประกอบด้วยคำว่า

  • เตโช หมายถึง ไฟหรือความร้อน
  • กสิณ หมายถึง อารมณ์หรือวัตถุที่ใช้เป็นเครื่องกำหนดจิตในการเจริญสมาธิ

เตโชกสิณจึงหมายถึงการใช้ไฟหรือคุณลักษณะของไฟเป็นอารมณ์กรรมฐาน เพื่อฝึกให้จิตตั้งมั่น ไม่ฟุ้งซ่าน และเกิดสมาธิ

กสิณตามหลักกรรมฐานมีหลายประเภท เช่น กสิณดิน กสิณน้ำ กสิณไฟ กสิณลม และกสิณสีต่าง ๆ โดยเตโชกสิณจัดอยู่ในกลุ่มกสิณที่อาศัยธาตุตามธรรมชาติเป็นอารมณ์

คำว่า “สำเร็จเตโชกสิณ” ที่ใช้เรียกหลวงพ่อโอภาสี เป็นสมญาตามประวัติและความศรัทธาของศิษยานุศิษย์ ไม่ใช่สิ่งที่บุคคลทั่วไปสามารถตรวจสอบหรือวัดผลได้ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์

จากพระมหาชวนสู่หลวงพ่อโอภาสี

ก่อนจะได้รับการเรียกขานว่า “หลวงพ่อโอภาสี” ท่านมีชื่อเดิมว่า ชวน มะลิพันธุ์ และเคยศึกษาอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ท่านมีความรู้ทางพระปริยัติธรรมและภาษาบาลี ก่อนจะหันมาสนใจด้านวิปัสสนากรรมฐานอย่างจริงจัง

ประวัติที่เผยแพร่ในหลายแหล่งกล่าวว่า ท่านเคยศึกษากรรมฐานกับหลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวข้องกับไฟเช่นกัน ภายหลังพระมหาชวนกลับมายังวัดบวรนิเวศวิหาร วัตรปฏิบัติของท่านได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

ท่านเริ่มใช้ชื่อว่า “โอภาสี” และมุ่งปฏิบัติสมาธิอยู่เบื้องหน้ากองเพลิง ก่อนจะออกจากวัดบวรนิเวศวิหารและเดินทางมายังพื้นที่บางมด อันเป็นจุดเริ่มต้นของอาศรมบางมดหรือวัดหลวงพ่อโอภาสีในปัจจุบัน

ผู้สนใจสามารถอ่านประวัติโดยละเอียดได้ที่ ประวัติหลวงพ่อโอภาสีฉบับเต็ม

เตโชกสิณกับการบูชาเพลิงเหมือนกันหรือไม่

เตโชกสิณและการบูชาเพลิงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับไฟ แต่ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นสิ่งเดียวกันทั้งหมด

เตโชกสิณ เป็นการเจริญสมาธิโดยใช้ไฟหรือคุณลักษณะของไฟเป็นอารมณ์ เพื่อฝึกจิตให้เกิดความตั้งมั่น

ส่วน การบูชาเพลิง เป็นวัตรปฏิบัติภายนอกที่ปรากฏให้ผู้คนมองเห็น เช่น การนำสิ่งของลงในกองเพลิงเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

ในกรณีของหลวงพ่อโอภาสี แหล่งประวัติหลายแห่งเชื่อมโยงวัตรทั้งสองเข้าด้วยกัน แต่ความหมายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเผาสิ่งของเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่การฝึกจิตให้ลดความเสียดายและความยึดติด

ดังนั้น การนำสิ่งของไปเผาโดยไม่มีความเข้าใจเรื่องสมาธิและการฝึกจิต จึงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการฝึกเตโชกสิณโดยอัตโนมัติ

เหตุใดหลวงพ่อโอภาสีจึงนำสิ่งของลงกองไฟ

ตามประวัติและคำบอกเล่าของศิษยานุศิษย์ เมื่อมีผู้นำสิ่งของมาถวาย หลวงพ่อโอภาสีมักนำสิ่งของเหล่านั้นลงบูชาในกองเพลิง บางครั้งเป็นของใช้ทั่วไป แต่บางครั้งก็เป็นสิ่งของที่มีมูลค่า

การปฏิบัติเช่นนี้ทำให้ผู้พบเห็นเกิดทั้งความสงสัย ความเสียดาย และความไม่เข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีความผูกพันกับสิ่งของซึ่งตนนำมาถวาย

หากพิจารณาในเชิงปริศนาธรรม กองเพลิงอาจเป็นเครื่องทดสอบจิตใจของผู้ให้ว่า การถวายสิ่งของนั้นเกิดจากความเสียสละอย่างแท้จริง หรือยังมีความคาดหวังและความเสียดายซ่อนอยู่

เมื่อสิ่งของถูกไฟเผาจนหมดสภาพ ผู้ถวายจึงได้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทรัพย์สมบัติทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงและสูญสลายได้ ไม่มีสิ่งใดอยู่กับมนุษย์ตลอดไป

ไฟภายนอกกับไฟภายในใจ

ไฟที่มองเห็นสามารถเผาสิ่งของให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้ แต่ไฟภายในจิตใจของมนุษย์อาจเผาผลาญชีวิตได้รุนแรงกว่า

ไฟภายในตามหลักธรรมอาจพิจารณาได้จากกิเลสสำคัญ ได้แก่

  • ไฟแห่งความโลภ ทำให้ต้องการครอบครองไม่สิ้นสุด
  • ไฟแห่งความโกรธ ทำให้จิตใจร้อนรนและทำร้ายกัน
  • ไฟแห่งความหลง ทำให้มองไม่เห็นเหตุและผลตามความเป็นจริง
  • ไฟแห่งความริษยา ทำให้ไม่มีความสุขเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี
  • ไฟแห่งความยึดติด ทำให้เกิดความทุกข์เมื่อสิ่งที่รักเปลี่ยนแปลง

กองเพลิงของหลวงพ่อโอภาสีจึงอาจไม่ได้มีไว้เพื่อเผาวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้คนมองย้อนกลับมาดูว่า ภายในใจของตนกำลังถูกไฟชนิดใดเผาผลาญอยู่

ปริศนาธรรมเรื่องการให้โดยไม่เสียดาย

การให้ที่แท้จริงไม่ควรเป็นเพียงการย้ายสิ่งของจากมือของเราไปยังมือของผู้อื่น แต่ควรเป็นการปล่อยความยึดถือที่อยู่ภายในใจด้วย

หากนำสิ่งของไปถวายแล้ว ยังคอยคิดว่าสิ่งนั้นจะถูกนำไปใช้อย่างไร คุ้มค่าหรือไม่ หรือจะทำให้ตนได้รับสิ่งใดตอบแทน การให้นั้นอาจยังมีเงื่อนไขซ่อนอยู่

วัตรปฏิบัติของหลวงพ่อโอภาสีจึงเป็นเหมือนคำถามที่ส่งกลับมายังผู้ถวายว่า

“เมื่อให้ไปแล้ว เรายังคิดว่าสิ่งนั้นเป็นของเราอยู่หรือไม่”

คำถามนี้สามารถนำมาใช้ได้กับชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ การช่วยเหลือผู้อื่น หรือการแบ่งปันสิ่งที่เรามี โดยไม่จำเป็นต้องนำสิ่งของไปเผาตามอย่างท่าน

เรื่องเล่าและปาฏิหาริย์เกี่ยวกับกองเพลิง

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับกองเพลิงของหลวงพ่อโอภาสีสืบต่อกันมาหลายเรื่อง เช่น กองไฟที่ยังคงลุกอยู่ท่ามกลางสายฝน สิ่งของที่ถูกเผาแล้วกลับไปปรากฏอยู่ในสถานที่เดิม หรือผู้ที่มาถวายของแล้วเกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิต

เรื่องราวเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติความศรัทธาที่ทำให้ผู้คนเดินทางมากราบหลวงพ่อโอภาสี แต่ควรรับฟังในฐานะคำบอกเล่าและความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ควรนำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว

หลวงพ่อโอภาสีเองมีคำกล่าวที่เว็บไซต์วัดนำมาเผยแพร่ว่า ท่านไม่ได้ถือตนว่าเป็นผู้วิเศษ แต่เป็นพระสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งต้องการเผยแผ่หลักธรรมในแนวทางของท่าน

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ เรื่องปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อโอภาสี

เตโชกสิณให้อะไรกับคนในปัจจุบัน

แม้คนทั่วไปจะไม่ได้ฝึกเตโชกสิณหรือปฏิบัติเหมือนหลวงพ่อโอภาสี แต่สามารถนำหลักคิดจากเรื่องราวของท่านมาใช้ในชีวิตได้ เช่น

ฝึกให้จิตอยู่กับสิ่งเดียว

การทำงานหรือดำเนินชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยสมาธิ การฝึกให้จิตไม่วอกแวกจึงเป็นพื้นฐานสำคัญทั้งทางโลกและทางธรรม

รู้เท่าทันความอยาก

เมื่อเกิดความต้องการสิ่งใด ควรถามตนเองว่าสิ่งนั้นมีความจำเป็นจริงหรือเป็นเพียงอารมณ์ชั่วคราว การรู้เท่าทันความอยากช่วยลดการใช้จ่ายและการสะสมที่เกินจำเป็น

ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน

การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ผูกพันกับคำขอบคุณ ชื่อเสียง หรือผลตอบแทน เป็นการฝึกลดความยึดมั่นในตนเอง

ยอมรับความเปลี่ยนแปลง

สิ่งของ เงินทอง ตำแหน่ง และความสัมพันธ์ล้วนเปลี่ยนแปลงได้ การยอมรับความจริงนี้ช่วยให้เราดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท

ไม่ควรทดลองบูชาเพลิงด้วยตนเอง

การศึกษาประวัติของหลวงพ่อโอภาสีไม่ใช่การสนับสนุนให้จุดกองไฟหรือเผาสิ่งของตามอย่างท่าน เพราะอาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้ ควันพิษ มลภาวะ และอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ผู้สนใจการฝึกกรรมฐานควรเริ่มจากการรักษาศีล ฝึกสติ และศึกษากับพระอาจารย์หรือครูกรรมฐานที่มีความรู้ ไม่ควรฝึกเตโชกสิณหรือใช้ไฟเป็นอารมณ์กรรมฐานตามลำพัง

หัวใจสำคัญที่สามารถนำมาปฏิบัติได้ทันที คือการฝึกดับ “ไฟภายในใจ” ได้แก่ ความโลภ ความโกรธ และความหลง ไม่ใช่การสร้างกองเพลิงภายนอก

คำถามที่พบบ่อย

เตโชกสิณหมายถึงอะไร

เตโชกสิณหมายถึงกรรมฐานที่ใช้ไฟหรือคุณลักษณะของไฟเป็นอารมณ์ เพื่อฝึกจิตให้ตั้งมั่นและเกิดสมาธิ

หลวงพ่อโอภาสีเผาของทุกอย่างจริงหรือไม่

แหล่งประวัติและคำบอกเล่าระบุว่า ท่านนำสิ่งของจำนวนมากลงบูชาในกองเพลิง แต่รายละเอียดของแต่ละเหตุการณ์แตกต่างกันไป พระพุทธรูปและปูชนียวัตถุบางประเภทมีข้อมูลว่าท่านไม่ได้เผา แต่มอบหมายให้ศิษย์เก็บรักษาหรือฝังไว้ในพื้นที่อาศรม

การเผาสิ่งของถือเป็นการฝึกเตโชกสิณหรือไม่

ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ เตโชกสิณเป็นการฝึกจิตโดยใช้ไฟเป็นอารมณ์ ส่วนการเผาสิ่งของเป็นการกระทำภายนอก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการบูชาเพลิงหรือปริศนาธรรมตามแนวทางของหลวงพ่อโอภาสี

คนทั่วไปสามารถฝึกเตโชกสิณได้หรือไม่

เตโชกสิณเป็นกรรมฐานที่ควรศึกษาจากครูอาจารย์ผู้มีความรู้ การใช้ไฟมีความเสี่ยง จึงไม่ควรทดลองฝึกเองจากบทความหรือวิดีโอเพียงอย่างเดียว

วัดหลวงพ่อโอภาสีอยู่ที่ไหน

วัดตั้งอยู่แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร สามารถดูตำแหน่งและเส้นทางได้จาก แผนที่วัดหลวงพ่อโอภาสี

เครดิตวิดีโอและแหล่งข้อมูล

คลิปต้นฉบับ: “หลวงพ่อโอภาสี พระผู้สำเร็จเตโชกสิณ”

เผยแพร่โดย: YouTube ช่องหลวงตา
วันที่เผยแพร่: 9 พฤศจิกายน 2564
ชมคลิปต้นฉบับ: https://www.youtube.com/watch?v=ZGZ_HoV853I

ข้อมูลประกอบการเรียบเรียง:

บทความนี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงใหม่เพื่อเผยแพร่ความรู้ ไม่ใช่บทถอดเสียงจากวิดีโอ ลิขสิทธิ์ภาพ เสียง คำบรรยาย และเนื้อหาต้นฉบับเป็นของช่องหลวงตาและเจ้าของสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง

การระบุเครดิตเป็นการแจ้งแหล่งที่มา ไม่ได้ทดแทนการขออนุญาตใช้ผลงาน เว็บไซต์ควรใช้วิธีฝังวิดีโอต้นฉบับผ่าน YouTube และไม่ควรดาวน์โหลดวิดีโอ เสียง ภาพนิ่ง หรือภาพหน้าปกมานำเสนอซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต

เรื่องราวเกี่ยวกับการสำเร็จกรรมฐานและเหตุการณ์ปาฏิหาริย์เป็นข้อมูลตามประวัติ คำบอกเล่า และความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Comments are closed.