ขอน้อมกราบ สักการะบูชา "หลวงพ่อโอภาสี" เว็บไซต์มิใช่เว็บไซต์ของทางวัด จุดประสงค์ในการจัดสร้าง เพื่อเป็นการเผยแพร่หลักธรรมคำสอนของหลวงพ่อ ด้วยจิตศรัทธาอย่างแท้จริงและไม่หวังผลประโยชน์ใดทั้งสิ้น ขอบารมีของหลวงพ่อคุ้มครองรักษาทุกท่านด้วยเทอญ

ตำนานเทวดาเล่นไฟ หลวงพ่อโอภาสีพบหลวงพ่อกบ

17

บทความนี้สรุปและเรียบเรียงใหม่จากคลิป “ตำนานเทวดาเล่นไฟ เมื่อหลวงพ่อโอภาสี พบหลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา | นิยายเปิดตำนาน ๑๕๘” ผลิตและเผยแพร่โดยช่อง Double Colour
รับชมคลิปต้นฉบับบน YouTube

เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างหลวงพ่อโอภาสีแห่งอาศรมบางมดกับหลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในตำนานครูบาอาจารย์ที่ได้รับการเล่าขานในหมู่ศิษยานุศิษย์มาเป็นเวลานาน

ทั้งสองรูปมีวัตรปฏิบัติซึ่งผู้คนมองว่าแปลกไปจากพระทั่วไป โดยเฉพาะการอยู่ใกล้กองไฟ การเผาสิ่งของที่มีผู้นำมาถวาย และการใช้ไฟเป็นเครื่องเตือนใจเรื่องความไม่เที่ยงและการไม่ยึดติด

คลิป “นิยายเปิดตำนาน ๑๕๘” นำเรื่องราวดังกล่าวมาร้อยเรียงในรูปแบบนิยายเสียงอิงประวัติศาสตร์ จำลองบรรยากาศและบทสนทนาเพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพการเดินทางของพระมหาชวน ซึ่งต่อมากลายเป็นที่รู้จักในนามหลวงพ่อโอภาสี เมื่อเดินทางไปพบหลวงพ่อกบแห่งวัดเขาสาริกา

อย่างไรก็ตาม ทางช่องระบุในคำอธิบายวิดีโออย่างชัดเจนว่า เนื้อหามีการเสริมคำพูดและจำลองเหตุการณ์เพื่อความบันเทิง จึงไม่ควรนำบทสนทนาหรือรายละเอียดทุกตอนมาใช้อ้างอิงในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์

ชมคลิปตำนานเทวดาเล่นไฟ

คลิปนำเสนอประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • เส้นทางของพระมหาชวนก่อนเป็นหลวงพ่อโอภาสี
  • การเดินทางไปพบหลวงพ่อกบที่วัดเขาสาริกา
  • วัตรปฏิบัติของหลวงพ่อกบซึ่งเกี่ยวข้องกับไฟ
  • การเผาสิ่งของเพื่อทดสอบความยึดติด
  • ความสัมพันธ์ระหว่างครูบาอาจารย์กับศิษย์
  • จุดเริ่มต้นของแนวทางบูชาไฟที่ปรากฏในประวัติหลวงพ่อโอภาสี
  • ความหมายเชิงปริศนาธรรมของคำว่า “เทวดาเล่นไฟ”

พระมหาชวนก่อนเป็นหลวงพ่อโอภาสี

ก่อนเป็นที่รู้จักในนามหลวงพ่อโอภาสี ท่านมีนามเดิมว่า พระมหาชวน หรือชวน มะลิพันธ์ ตามที่ปรากฏในประวัติของเว็บไซต์และหนังสือสายศิษย์

ท่านเป็นชาวอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าสู่สมณเพศตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนเดินทางมาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร

ประวัติหลายฉบับสอดคล้องกันว่า พระมหาชวนเป็นพระที่มีความรู้ทางพระปริยัติธรรมและภาษาบาลีในระดับสูง แต่เมื่อศึกษาด้านปริยัติมาระยะหนึ่ง ท่านเริ่มให้ความสำคัญกับการปฏิบัติกรรมฐานและการค้นหาหนทางขัดเกลากิเลสภายในจิตใจมากขึ้น

การเปลี่ยนจากพระนักศึกษามาสู่พระผู้มุ่งปฏิบัติอย่างจริงจัง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องเล่าเกี่ยวกับการเดินทางไปพบครูบาอาจารย์สายปฏิบัติ รวมถึงหลวงพ่อกบแห่งวัดเขาสาริกา

อ่านเพิ่มเติม: ประวัติหลวงพ่อโอภาสี ฉบับเต็ม

หลวงพ่อกบแห่งวัดเขาสาริกาคือใคร

หลวงพ่อกบ หรือที่ศิษย์บางกลุ่มเรียกว่า หลวงพ่อเขาสาริกา หลวงพ่อเขาเหนือ หรือสมเด็จพระบรมครู เป็นพระที่มีประวัติส่วนตัวค่อนข้างลึกลับ

ประวัติที่เผยแพร่ในสายศิษย์กล่าวว่า ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่าท่านเกิดที่ใด มีชื่อเดิมว่าอะไร อุปสมบทเมื่อใด หรือมีพระอุปัชฌาย์เป็นใคร ข้อมูลส่วนใหญ่จึงมาจากความทรงจำและคำบอกเล่าของชาวบ้านรอบวัดเขาสาริกา จังหวัดลพบุรี

หลวงพ่อกบได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นพระที่ไม่สะสมทรัพย์สิน มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย เด็ดขาด และมักมีกองไฟหรือตะเกียงอยู่ใกล้ตัว สิ่งของที่มีผู้นำมาถวายบางครั้งถูกนำไปเผา ทำให้ผู้ที่ไม่เข้าใจอาจมองว่าท่านมีพฤติกรรมประหลาด

แต่ในมุมของศิษย์ การกระทำดังกล่าวเป็นวิธีสอนธรรมโดยไม่ต้องอธิบายยืดยาว โดยเฉพาะการสอนเรื่องความโลภ ความเสียดาย และความยึดมั่นในทรัพย์สิน

ตำนานเมื่อพระมหาชวนเดินทางไปวัดเขาสาริกา

คลิปนำเสนอในรูปแบบนิยายว่า พระมหาชวนได้ยินกิตติศัพท์ของหลวงพ่อกบ จึงเดินทางไปยังวัดเขาสาริกาเพื่อพบและศึกษาวิธีปฏิบัติ

เมื่อไปถึง ท่านได้พบพระผู้มีวัตรปฏิบัติแตกต่างจากสิ่งที่เคยพบในวัดฝ่ายปริยัติ หลวงพ่อกบไม่ได้สอนด้วยการแสดงธรรมอย่างเป็นทางการ แต่ใช้ชีวิตประจำวัน ความสงบนิ่ง และการปฏิบัติเป็นบทเรียน

ภาพของพระผู้ไม่สะสมสิ่งของและไม่แสดงความเสียดายต่อทรัพย์สินที่ถูกเผาในกองไฟ กลายเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับผู้ที่เดินทางมาศึกษา เพราะผู้เรียนต้องมองให้พ้นเปลวไฟภายนอก และย้อนกลับมาพิจารณาว่า สิ่งใดกำลังเผาไหม้อยู่ภายในจิตใจของตนเอง

บทสนทนาและรายละเอียดการพบกันในคลิปเป็นการสร้างฉากเพื่อการเล่าเรื่อง ไม่ใช่บทสนทนาที่มีเอกสารบันทึกไว้แบบคำต่อคำ แต่แก่นของเรื่องสอดคล้องกับประวัติสายศิษย์ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างหลวงพ่อกบกับหลวงพ่อโอภาสี

หลวงพ่อโอภาสีเป็นศิษย์ของหลวงพ่อกบจริงหรือไม่

หนังสือและประวัติที่ถ่ายทอดในหมู่ศิษย์หลายแหล่งกล่าวตรงกันว่า หลวงพ่อโอภาสีเคารพหลวงพ่อกบในฐานะครูบาอาจารย์ และเคยเดินทางไปศึกษาปฏิบัติที่วัดเขาสาริกา

นอกจากนี้ วัตรปฏิบัติของทั้งสองรูปยังมีความคล้ายคลึงกันหลายประการ ได้แก่

  • ไม่สะสมทรัพย์สินหรือสิ่งของถวาย
  • ใช้ไฟเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติและปริศนาธรรม
  • ไม่ยึดติดกับรูปแบบภายนอก
  • ใช้การกระทำสอนศิษย์มากกว่าการอธิบาย
  • มีบุคลิกเด็ดขาดและไม่เอาใจผู้มาหา
  • มุ่งให้ศิษย์กลับไปพิจารณากิเลสของตนเอง

อย่างไรก็ตาม หลักฐานร่วมสมัยที่ระบุวันเวลา ระยะเวลาการศึกษา และรายละเอียดการถ่ายทอดวิชาระหว่างทั้งสองรูปยังมีไม่ครบถ้วน จึงควรใช้ถ้อยคำว่า “ตามประวัติสายศิษย์” หรือ “มีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่า” แทนการสรุปทุกเหตุการณ์เป็นข้อเท็จจริงแน่นอน

“เทวดาเล่นไฟ” หมายถึงอะไร

คำว่า “เทวดาเล่นไฟ” เป็นชื่อที่ผู้ผลิตคลิปใช้สร้างภาพจำให้แก่เรื่องเล่า ไม่ได้พบหลักฐานว่าเป็นสมณศักดิ์หรือฉายาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการของหลวงพ่อกบหรือหลวงพ่อโอภาสี

คำนี้สามารถตีความได้อย่างน้อยสองระดับ

ระดับแรกคือภาพภายนอกของพระผู้ใช้ชีวิตอยู่ใกล้กองไฟ นำสิ่งของลงเผา และแสดงพฤติกรรมที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ จนดูคล้ายบุคคลผู้มีอำนาจเหนือไฟ

ระดับที่สองคือความหมายเชิงธรรม ไฟอาจเป็นสัญลักษณ์ของกิเลส ได้แก่ ราคะ โทสะ และโมหะ ขณะเดียวกัน ไฟก็เป็นเครื่องมือสำหรับเผาความโลภ ความยึดติด และความเสียดายให้ลดน้อยลง

ดังนั้น “เทวดาเล่นไฟ” จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงผู้แสดงอภินิหาร แต่สามารถหมายถึงผู้ที่รู้จักธรรมชาติของไฟทั้งภายนอกและภายใน และไม่ปล่อยให้ไฟของกิเลสย้อนกลับมาเผาจิตใจของตนเอง

เตโชกสิณกับการเผาสิ่งของเหมือนกันหรือไม่

เตโชกสิณคือกรรมฐานที่ใช้ธาตุไฟหรือคุณสมบัติของไฟเป็นอารมณ์สำหรับทำจิตให้ตั้งมั่น ส่วนการเผาสิ่งของเป็นการกระทำทางกายซึ่งอาจใช้เป็นปริศนาธรรมหรือพิธีบูชาได้ในบางแนวทาง

สองสิ่งนี้จึงเกี่ยวข้องกันได้ แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกันทั้งหมด

ผู้ปฏิบัติเตโชกสิณไม่จำเป็นต้องเผาทรัพย์สิน และการจุดไฟเผาสิ่งของก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นสำเร็จเตโชกสิณ การปฏิบัติกรรมฐานต้องอาศัยความรู้ การควบคุมจิต และคำแนะนำจากครูบาอาจารย์

ผู้สนใจไม่ควรทดลองจุดกองไฟหรือเผาสิ่งของเลียนแบบเรื่องราว เพราะเสี่ยงต่ออัคคีภัยและอาจสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

อ่านเพิ่มเติม: หลวงพ่อโอภาสี พระผู้สำเร็จเตโชกสิณ

การเผาสิ่งของคือการปฏิเสธคุณค่าของทานหรือไม่

เมื่อมองจากภายนอก การนำสิ่งของถวายไปเผาอาจถูกเข้าใจว่าเป็นการทำลายของมีประโยชน์หรือไม่เห็นคุณค่าของผู้ถวาย

แต่คำอธิบายตามสายศิษย์ระบุว่า ก่อนถวาย ผู้ให้ต้องตัดสินใจให้ขาดว่าสิ่งของนั้นไม่ใช่ของตนอีกต่อไป หากถวายแล้วแต่ยังคอยกำหนดว่าผู้รับต้องนำไปใช้อย่างไร ความยึดติดก็ยังไม่ได้ถูกสละอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวเป็นวัตรปฏิบัติเฉพาะของครูบาอาจารย์บางรูป ไม่ควรนำมาใช้เป็นเหตุผลในการเผาอาหาร ยารักษาโรค เงิน หรือสิ่งของที่ยังสามารถนำไปช่วยเหลือผู้อื่นได้

สำหรับบุคคลทั่วไป การเผากิเลสสามารถทำได้ด้วยการลดความเห็นแก่ตัว รู้จักแบ่งปัน และฝึกใจไม่ให้ถูกความโลภครอบงำ โดยไม่จำเป็นต้องเผาทรัพย์สินจริง

จากบทเรียนที่เขาสาริกาสู่วัตรปฏิบัติของหลวงพ่อโอภาสี

ภายหลังช่วงเวลาที่ประวัติสายศิษย์เชื่อมโยงกับการพบหลวงพ่อกบ พระมหาชวนมีแนวทางปฏิบัติที่เข้มข้นขึ้น ท่านปลีกตัวทำความเพียร และเริ่มใช้ไฟเป็นส่วนหนึ่งของการบูชาและการสอนธรรม

ต่อมาท่านประกาศเปลี่ยนนามจากพระมหาชวนเป็น “โอภาสี” ซึ่งได้รับการอธิบายว่าหมายถึงความสว่างไสว พร้อมกับนำทรัพย์สินส่วนตัวไปเผา และดำเนินวัตรปฏิบัติที่แตกต่างจากพระมหาชวนในอดีต

เมื่อออกจากวัดบวรนิเวศ ท่านเดินทางมาพำนักในสวนบางมด ชาวบ้านเกิดความศรัทธาและช่วยกันสร้างอาศรมถวาย จนกลายเป็นอาศรมบางมดและวัดหลวงพ่อโอภาสีในเวลาต่อมา

เรื่องราวเหล่านี้ทำให้ศิษย์จำนวนหนึ่งมองว่า ไฟแห่งวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อกบได้รับการสืบต่อผ่านหลวงพ่อโอภาสี แม้รายละเอียดการถ่ายทอดจะไม่ปรากฏเป็นหลักสูตรหรือเอกสารอย่างเป็นทางการ

เรื่องเล่างานถวายเพลิงหลวงพ่อกบ

ประวัติสายศิษย์ยังกล่าวถึงหลวงพ่อโอภาสีในเหตุการณ์ถวายเพลิงสรีระหลวงพ่อกบ โดยมีเรื่องเล่าว่า ในวันงานเกิดฝนตกและเชิงตะกอนเปียกน้ำ แต่ไฟกลับติดขึ้นได้โดยไม่มีผู้ใดเข้าไปจุดอย่างที่คนทั่วไปมองเห็น

ผู้ศรัทธาบางกลุ่มตีความว่า เป็นผลจากกำลังเตโชกสิณของหลวงพ่อกบ หรือเป็นปริศนาว่าไฟแห่งการปฏิบัติของครูบาอาจารย์ไม่ได้ดับสูญไปพร้อมกับร่างกาย

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับอภินิหารซึ่งไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างสมบูรณ์ จึงควรบันทึกในฐานะความทรงจำและตำนานสายศิษย์ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

สิ่งที่เป็นข้อมูลประวัติศาสตร์และสิ่งที่เป็นฉากนิยาย

เพื่อให้เข้าใจคลิปอย่างถูกต้อง ควรแยกเนื้อหาออกเป็นสามระดับ

ข้อมูลที่ตรวจสอบเทียบเคียงได้

  • พระมหาชวนเป็นนามเดิมของหลวงพ่อโอภาสี
  • ท่านเคยศึกษาและพำนักที่วัดบวรนิเวศวิหาร
  • ต่อมาท่านมีวัตรปฏิบัติซึ่งเกี่ยวข้องกับไฟ
  • ท่านออกมาพำนักในพื้นที่บางมด
  • หลวงพ่อกบมีความเกี่ยวข้องกับวัดเขาสาริกา จังหวัดลพบุรี
  • มีประวัติสายศิษย์กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองรูป

ข้อมูลจากตำนานและคำบอกเล่า

  • รายละเอียดการเดินทางไปศึกษากับหลวงพ่อกบ
  • วิธีทดสอบจิตและการถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติ
  • เหตุการณ์อภินิหารเกี่ยวกับไฟ
  • เรื่องไฟติดขึ้นเองในงานถวายเพลิง
  • การรับรู้ความคิดหรือเหตุการณ์ล่วงหน้า

ส่วนที่ผู้ผลิตอาจสร้างขึ้นเพื่อการเล่าเรื่อง

  • บทสนทนาแบบคำต่อคำ
  • ความคิดภายในใจของบุคคล
  • ลำดับเหตุการณ์ย่อยซึ่งไม่มีเอกสารรองรับ
  • คำบรรยายอารมณ์และบรรยากาศ
  • การเชื่อมเหตุการณ์เพื่อให้เรื่องดำเนินอย่างต่อเนื่อง

การแยกทั้งสามส่วนไม่ได้ลดคุณค่าของคลิป เพราะคลิปมีจุดประสงค์เป็นนิยายเสียงที่สอดแทรกคติธรรม ไม่ใช่งานวิจัยประวัติศาสตร์

คติธรรมจากตำนานเทวดาเล่นไฟ

สิ่งสำคัญที่สุดของเรื่องไม่ได้อยู่ที่คำถามว่าใครมีอำนาจเหนือไฟ แต่อยู่ที่ว่า เราสามารถควบคุมไฟในใจของตนเองได้หรือไม่

ไฟแห่งความโกรธอาจทำลายความสัมพันธ์ ไฟแห่งความโลภอาจทำให้เบียดเบียนผู้อื่น และไฟแห่งความหลงอาจทำให้แยกไม่ออกระหว่างศรัทธากับความงมงาย

ครูบาอาจารย์ในตำนานจึงใช้ไฟเป็นภาพแทนของทั้งปัญหาและหนทางแก้ไข ไฟสามารถเผาทำลาย แต่เมื่อใช้อย่างมีสติ ไฟก็ให้แสงสว่างและช่วยเปิดเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความมืด

การฟังตำนานนี้ให้เกิดประโยชน์จึงไม่ใช่การพยายามเลียนแบบการจุดไฟ แต่คือการย้อนมองว่า เรายังยึดติด เสียดาย โกรธ หรือหลงอยู่กับสิ่งใด และจะค่อย ๆ ลดสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

หลวงพ่อโอภาสีเป็นศิษย์หลวงพ่อกบหรือไม่

ประวัติในสายศิษย์หลายแหล่งกล่าวว่าหลวงพ่อโอภาสีเคารพหลวงพ่อกบในฐานะครูบาอาจารย์ แต่รายละเอียดเรื่องช่วงเวลาและการถ่ายทอดวิชายังไม่มีหลักฐานร่วมสมัยครบถ้วน

หลวงพ่อกบมีชื่อจริงว่าอะไร

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้แน่ชัด ประวัติส่วนใหญ่ระบุว่าท่านไม่เปิดเผยอดีต ชื่อเดิม อายุ หรือสถานที่เกิดของตนเอง

“เทวดาเล่นไฟ” เป็นฉายาของหลวงพ่อกบหรือไม่

ไม่พบว่าเป็นฉายาหรือสมณศักดิ์อย่างเป็นทางการ เป็นชื่อที่ใช้ในคลิปเพื่อสื่อถึงตำนานพระผู้มีวัตรปฏิบัติเกี่ยวข้องกับไฟ

หลวงพ่อโอภาสีเรียนเตโชกสิณจากหลวงพ่อกบหรือไม่

มีความเชื่อในสายศิษย์ว่าแนวทางของหลวงพ่อกบมีอิทธิพลต่อหลวงพ่อโอภาสี แต่ยังไม่มีเอกสารที่อธิบายกระบวนการถ่ายทอดเตโชกสิณอย่างเป็นระบบ

การเผาสิ่งของเป็นการเผากิเลสจริงหรือไม่

การเผาสิ่งของเป็นเพียงสัญลักษณ์ภายนอก การเผากิเลสที่แท้จริงหมายถึงการลดความโลภ ความโกรธ ความหลง และความยึดติดภายในจิตใจ

เนื้อหาในคลิปเป็นเรื่องจริงทั้งหมดหรือไม่

ไม่ใช่ทั้งหมด ทางช่องระบุว่าเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ มีการจำลองบทสนทนาและเสริมคำบรรยาย ผู้ชมควรใช้วิจารณญาณและไม่ใช้คลิปเป็นแหล่งอ้างอิงทางประวัติศาสตร์เพียงแหล่งเดียว

บทสรุป

“ตำนานเทวดาเล่นไฟ” เป็นเรื่องราวที่เชื่อมหลวงพ่อกบแห่งวัดเขาสาริกาเข้ากับหลวงพ่อโอภาสีแห่งอาศรมบางมด ผ่านวัตรปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับไฟและการไม่สะสมทรัพย์สิน

แม้รายละเอียดหลายส่วนจะเป็นตำนานและการจำลองเหตุการณ์ แต่แก่นของเรื่องให้ข้อคิดที่ชัดเจนว่า การปฏิบัติธรรมไม่ใช่การแสวงหาฤทธิ์หรือการแสดงความมหัศจรรย์ หากเป็นการเผาความยึดติดและฝึกไม่ให้กิเลสกลับมาเผาจิตใจของเรา

ผู้สนใจควรรับฟังตำนานด้วยศรัทธาที่มีสติ แยกความบันเทิงออกจากประวัติศาสตร์ และนำคติธรรมที่เป็นประโยชน์กลับมาใช้ในชีวิตประจำวัน

อ่านเพิ่มเติม: ข้อมูลที่เก็บซ่อน ความลี้ลับของดวงจิตหลวงพ่อโอภาสี

เครดิตและลิขสิทธิ์

ชื่อคลิป: ตำนานเทวดาเล่นไฟ เมื่อหลวงพ่อโอภาสี พบหลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา | นิยายเปิดตำนาน ๑๕๘
ช่องผู้เผยแพร่: Double Colour
เรียบเรียงบทบรรยายต้นฉบับ: ทีมงานเปิดตำนาน (official)
บรรยายเสียง: เบิ้ล คงกระพัน
เผยแพร่เมื่อ: 5 มกราคม 2563
ความยาว: 17 นาที 17 วินาที

ทางช่องต้นฉบับระบุว่า เนื้อหารวบรวมจากตำราโบราณ คำสัมภาษณ์ และข้อมูลจากบุคคลในวงการพระเครื่อง ก่อนนำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องเล่าหรือนิยายอิงประวัติศาสตร์ โดยอาจมีการเสริมคำพูดและจำลองเหตุการณ์ จึงไม่ควรนำไปใช้อ้างอิงทางประวัติศาสตร์โดยไม่มีแหล่งข้อมูลอื่นประกอบ

บทความนี้เป็นการสรุป วิเคราะห์ และเรียบเรียงใหม่ด้วยภาษาของผู้เขียน ไม่ใช่การถอดบทบรรยายแบบคำต่อคำ ลิขสิทธิ์วิดีโอ เสียง บทบรรยาย ภาพ และรูปแบบการนำเสนอเป็นของช่อง Double Colour และเจ้าของสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง

การให้เครดิตไม่ได้หมายถึงการได้รับอนุญาตให้นำวิดีโอ เสียง ภาพหน้าปก หรือภาพประกอบของช่องไปดาวน์โหลด ตัดต่อ หรือเผยแพร่ซ้ำ เว็บไซต์ใช้การฝังวิดีโอต้นฉบับจาก YouTube เพื่อส่งผู้ชมกลับไปยังเจ้าของผลงาน หากต้องการใช้สื่อนอกเหนือจากการฝังวิดีโอ ควรติดต่อขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน

Comments are closed.