ขอน้อมกราบ สักการะบูชา "หลวงพ่อโอภาสี" เว็บไซต์มิใช่เว็บไซต์ของทางวัด จุดประสงค์ในการจัดสร้าง เพื่อเป็นการเผยแพร่หลักธรรมคำสอนของหลวงพ่อ ด้วยจิตศรัทธาอย่างแท้จริงและไม่หวังผลประโยชน์ใดทั้งสิ้น ขอบารมีของหลวงพ่อคุ้มครองรักษาทุกท่านด้วยเทอญ

คลิปรายการ เปิดตำนานปาฏิหาริย์ “หลวงพ่อโอภาสี” ผู้สำเร็จกสิณไฟ

1,596

เปิดตำนานปาฏิหาริย์ “หลวงพ่อโอภาสี” ผู้สำเร็จกสิณไฟ ออกอกาศวันเสาร์ที่ 28 พ.ค. 65

เผยแพร่ทาง ทางอมรินทร์ทีวี HD34 วันเสาร์ เวลา 09.30 – 10.00 น.

เปิดตำนานปาฏิหาริย์หลวงพ่อโอภาสี ผู้สำเร็จกสิณไฟแห่งอาศรมบางมด

หลวงพ่อโอภาสีเป็นพระเถราจารย์ผู้มีวัตรปฏิบัติแตกต่างจากพระทั่วไป โดยเฉพาะการบูชาเพลิงและการเจริญเตโชกสิณ จนเกิดเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับปาฏิหาริย์ บารมีธรรม และความศักดิ์สิทธิ์มากมาย

คลิปรายการ “เปิดตำนานปาฏิหาริย์ ‘หลวงพ่อโอภาสี’ ผู้สำเร็จกสิณไฟ” พาผู้ชมไปสัมผัสบรรยากาศของวัดหลวงพ่อโอภาสี หรืออาศรมบางมด พร้อมย้อนรอยประวัติ ความหมายของการถวายเพลิง และศรัทธาที่ยังคงอยู่ในใจของลูกศิษย์มาจนถึงปัจจุบัน

บทความนี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงเนื้อหาจากคลิป ร่วมกับข้อมูลประวัติที่เผยแพร่ในแหล่งต่าง ๆ ไม่ใช่การถอดคำพูดจากรายการแบบคำต่อคำ

ชมคลิปต้นฉบับจากช่อง RAINBOW MEDIA

จากพระมหาชวนสู่หลวงพ่อโอภาสี

ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักในนามหลวงพ่อโอภาสี ท่านมีชื่อเดิมว่า “ชวน” เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้บรรพชาและศึกษาพระธรรมตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนเดินทางเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร

ท่านได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นพระภิกษุที่มีความรู้ด้านพระปริยัติธรรมสูง จนผู้คนเรียกกันว่า “พระมหาชวน” แต่ภายหลังท่านได้หันมามุ่งปฏิบัติกรรมฐานอย่างจริงจัง โดยเฉพาะภายหลังจากได้รับแนวทางการปฏิบัติจากหลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา

อ่านประวัติโดยละเอียดได้ที่ ประวัติหลวงพ่อโอภาสีฉบับเต็ม

“มหาชวนสิ้นไปแล้ว เหลือแต่โอภาสี”

เรื่องราวสำคัญตอนหนึ่งในประวัติของท่าน คือการที่พระมหาชวนประกาศว่าตัวตนเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว เหลือเพียง “โอภาสี”

คำว่า “โอภาสี” ได้รับการอธิบายตามเรื่องเล่าในสายศรัทธาว่า หมายถึงผู้ถวายเพลิงเป็นพุทธบูชา หรือผู้มุ่งสู่แสงสว่างแห่งธรรม

ข้อความดังกล่าวอาจพิจารณาได้ในเชิงปริศนาธรรมว่า พระมหาชวนได้ละทิ้งตัวตนเดิม ลาภ ยศ และความยึดติดทางโลก เพื่อเริ่มต้นชีวิตแห่งการปฏิบัติอย่างเต็มกำลัง

จุดสำคัญจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่การตีความว่าเกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติหรือไม่ แต่อยู่ที่การตายจากความยึดมั่นในตัวตน และการเกิดขึ้นใหม่ของชีวิตที่มุ่งเผาผลาญกิเลส

ผู้สำเร็จกสิณไฟหมายถึงอะไร

ในรายการเรียกหลวงพ่อโอภาสีว่าเป็น “ผู้สำเร็จกสิณไฟ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับแนวทางการปฏิบัติที่เรียกว่า “เตโชกสิณ”

กสิณไฟเป็นการใช้ไฟหรือภาพของเปลวเพลิงเป็นอารมณ์กรรมฐาน เพื่อฝึกจิตให้เกิดความตั้งมั่นและเป็นสมาธิ มิได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อแสดงอำนาจเหนือธรรมชาติ

สำหรับหลวงพ่อโอภาสี เปลวไฟยังเป็นสัญลักษณ์แทนการเผาความโลภ ความโกรธ ความหลง และความยึดติดในวัตถุซึ่งสร้างความร้อนรุ่มอยู่ภายในจิตใจมนุษย์

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ วิธีและความหมายของเตโชกสิณ

เหตุใดหลวงพ่อโอภาสีจึงเผาสิ่งของ

เมื่อครั้งจำพรรษาอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร หลวงพ่อโอภาสีเริ่มนำสิ่งของที่มีอยู่มาบูชาเพลิง ตั้งแต่ของใช้ไปจนถึงทรัพย์สินมีค่า ภายหลังเมื่อมีประชาชนศรัทธานำสิ่งของมาถวาย ท่านก็นำสิ่งเหล่านั้นเข้าสู่กองเพลิงเช่นกัน

การปฏิบัตินี้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็น บางคนไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านจึงเผาทรัพย์สินแทนที่จะเก็บเอาไว้ใช้ประโยชน์

เมื่อพิจารณาจากคำอธิบายที่สืบต่อกันมา กองเพลิงของหลวงพ่อมิได้มีความหมายเพียงการทำลายสิ่งของ แต่เป็นอุบายเตือนใจว่า ทรัพย์สินทุกอย่างไม่เที่ยงและไม่สามารถติดตามผู้เป็นเจ้าของไปได้

สิ่งที่มีค่ามากกว่าวัตถุ คือจิตที่สามารถสละความโลภ ความตระหนี่ และความยึดมั่นถือมั่นได้

จากวัดบวรนิเวศสู่อาศรมบางมด

เมื่อการประกอบพิธีบูชาเพลิงภายในวัดซึ่งตั้งอยู่กลางชุมชนเริ่มไม่สะดวก หลวงพ่อโอภาสีจึงออกเดินทางแสวงหาสถานที่สงบสำหรับปฏิบัติธรรม

ในช่วงต้นทศวรรษ พ.ศ. 2480 ท่านได้เดินทางมายังบริเวณสวนส้มย่านบางมด ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นพื้นที่เงียบสงบ มีคลองและสวนของชาวบ้านอยู่โดยรอบ

หลวงพ่อปักกลดและปฏิบัติกรรมฐานใกล้กองเพลิง ชาวบ้านที่พบเห็นวัตรปฏิบัติของท่านเกิดความศรัทธา นำอาหารมาถวาย และร่วมกันจัดหาสถานที่สำหรับให้ท่านพำนัก

พื้นที่ดังกล่าวได้รับการเรียกว่า “อาศรมบางมด” ก่อนพัฒนามาเป็นวัดหลวงพ่อโอภาสีในเวลาต่อมา

เปลวเพลิงที่ไม่เคยดับ

สัญลักษณ์สำคัญภายในวัดหลวงพ่อโอภาสี คือปล่องเพลิงพุทธบูชา ซึ่งสืบทอดความหมายจากวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อ

ผู้มีจิตศรัทธานิยมนำน้ำมันก๊าดมาถวายเป็นเชื้อเพลิง โดยตั้งจิตอธิษฐานให้แสงสว่างจากเปลวไฟเป็นเครื่องบูชาพระรัตนตรัย และเป็นสัญลักษณ์ของการเผาผลาญความทุกข์ อุปสรรค และกิเลสภายในใจ

การถวายน้ำมันก๊าดจึงไม่ควรถูกมองเป็นการแลกเปลี่ยนกับความสำเร็จ แต่ควรเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ถวายกลับมาสำรวจตนเองว่า พร้อมจะละพฤติกรรมใดที่เป็นต้นเหตุของปัญหาในชีวิต

ความศรัทธาเรื่องการขอพรค้าขายและปลดหนี้

ปัจจุบันมีผู้เดินทางมาสักการะหลวงพ่อโอภาสี เพื่อขอพรด้านหน้าที่การงาน การค้าขาย และการคลี่คลายปัญหาหนี้สิน โดยนิยมนำน้ำมันก๊าด น้ำชา หรือกาแฟดำมาถวาย

ผู้ที่มาขอพรเรื่องหนี้สินอาจตั้งจิตอธิษฐานให้ตนมีปัญญา มีช่องทางประกอบอาชีพ และมีกำลังใจแก้ไขภาระที่กำลังเผชิญอยู่

อย่างไรก็ตาม การอธิษฐานควรทำควบคู่กับการวางแผนรายรับรายจ่าย การหยุดก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น การเจรจากับเจ้าหนี้ และการชำระหนี้อย่างมีวินัย เพราะแก่นแท้ของการบูชาหลวงพ่อมิใช่การรอคอยปาฏิหาริย์ แต่คือการเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยสติและความเพียร

ตำนานปาฏิหาริย์ครั้งสุดท้าย

หนึ่งในเรื่องเล่าที่มีชื่อเสียงที่สุดเกี่ยวกับหลวงพ่อโอภาสี เกิดขึ้นในช่วงก่อนท่านมรณภาพ

ตามเรื่องที่ถ่ายทอดกันมา หลวงพ่อเคยได้รับนิมนต์ให้เดินทางไปประเทศอินเดีย แต่ท่านบอกกับลูกศิษย์ว่าจะเดินทางไปในลักษณะที่ไม่เหมือนบุคคลทั่วไป

ในวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2498 มีเรื่องเล่าว่าบุคคลผู้ติดต่ออยู่ในประเทศอินเดียได้เห็นและสนทนากับหลวงพ่อ ทั้งที่ในเวลาต่อมาได้รับข่าวว่าท่านมรณภาพอยู่ที่อาศรมบางมดในเช้าวันเดียวกัน

เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นตำนานเรื่องการปรากฏกายที่ประเทศอินเดียภายหลังการละสังขาร และได้รับการกล่าวถึงในประวัติหลวงพ่อโอภาสีหลายสำนวน

เรื่องดังกล่าวเป็นคำบอกเล่าในสายศิษย์และความเชื่อทางศาสนา ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณ โดยแยกเรื่องเล่าแห่งศรัทธาออกจากข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบทางประวัติศาสตร์ได้

อ่านเรื่องราวด้านอภินิหารเพิ่มเติมได้ที่ อภินิหารและเรื่องเล่าของหลวงพ่อโอภาสี

สังขารหลวงพ่อโอภาสีและศรัทธาที่ยังไม่สิ้นสุด

ภายหลังหลวงพ่อโอภาสีมรณภาพ สังขารของท่านมิได้ถูกฌาปนกิจ แต่ได้รับการประดิษฐานไว้ภายในวัด เพื่อให้ลูกศิษย์และผู้ศรัทธาได้เดินทางมากราบสักการะ

ภายในวัดมีพื้นที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งสถานที่ประดิษฐานสังขาร ปล่องเพลิงพุทธบูชา และศาสนสถานที่เกี่ยวข้องกับประวัติของท่าน ผู้เดินทางไปสักการะควรแต่งกายสุภาพ สังเกตป้าย และปฏิบัติตามข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่

ดูที่ตั้งและเส้นทางได้จาก แผนที่วัดหลวงพ่อโอภาสี

ปาฏิหาริย์ที่แท้จริงคือการเผากิเลส

แม้ชื่อของหลวงพ่อโอภาสีจะผูกพันกับเรื่องเล่าปาฏิหาริย์และความศักดิ์สิทธิ์ แต่สาระสำคัญที่สุดในวัตรของท่านอาจไม่ได้อยู่ที่การขอให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์

กองเพลิงเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความโลภ ความโกรธ และความหลงสามารถเผาใจมนุษย์ให้ร้อนยิ่งกว่าเปลวไฟ หากเรานำศรัทธามาใช้เป็นกำลังในการลดความเห็นแก่ตัว รักษาศีล ทำความดี และแก้ไขชีวิตด้วยความรับผิดชอบ ศรัทธานั้นจึงจะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

การเผาทรัพย์สินภายนอกย่อมสิ้นสุดลงเมื่อไฟดับ แต่การเผากิเลสภายในจำเป็นต้องอาศัยสติ ปัญญา และความเพียรตลอดชีวิต

คำถามที่พบบ่อย

หลวงพ่อโอภาสีคือใคร

หลวงพ่อโอภาสี เดิมคือพระมหาชวน พระภิกษุผู้ศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดบวรนิเวศวิหาร ก่อนมุ่งปฏิบัติกรรมฐานและก่อตั้งอาศรมบางมด

ทำไมหลวงพ่อโอภาสีจึงได้รับการเรียกว่าผู้สำเร็จกสิณไฟ

เพราะท่านมีวัตรปฏิบัติเกี่ยวข้องกับเตโชกสิณ ใช้ไฟเป็นอารมณ์กรรมฐาน และถวายเพลิงเป็นพุทธบูชา จนกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของท่าน

ทำไมผู้ศรัทธาจึงถวายน้ำมันก๊าด

น้ำมันก๊าดใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับปล่องเพลิงพุทธบูชาภายในวัด ผู้ถวายมักอธิษฐานให้แสงไฟเป็นเครื่องบูชาพระรัตนตรัยและเป็นสัญลักษณ์ของการเผาความทุกข์กับกิเลส

ขอพรหลวงพ่อโอภาสีให้ปลดหนี้ได้หรือไม่

มีผู้ศรัทธานิยมขอพรเรื่องการงาน การค้าขาย และหนี้สิน แต่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่สามารถรับรองผลได้ การขอพรควรทำควบคู่กับการวางแผนการเงินและการแก้ปัญหาอย่างมีสติ

ควรสวดคาถาบทใดเมื่อต้องการระลึกถึงหลวงพ่อ

สามารถอ่านบทสวดและคำอธิบายได้ที่ คาถาบูชาหลวงพ่อโอภาสี

เครดิตวิดีโอและแหล่งข้อมูล

วิดีโอต้นฉบับ: เปิดตำนานปาฏิหาริย์ “หลวงพ่อโอภาสี” ผู้สำเร็จกสิณไฟ
รายการ: ชลรัศมีกับวีไอพี
ช่องผู้เผยแพร่: RAINBOW MEDIA
ออกอากาศ: วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ทางอมรินทร์ทีวี HD34

แหล่งประกอบการเรียบเรียง:

คำชี้แจงด้านลิขสิทธิ์: บทความนี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงใหม่เพื่อการศึกษาและเผยแพร่ประวัติ มิได้ถอดคำพูดทั้งหมดหรืออ้างว่าเป็นผู้ผลิตรายการ ลิขสิทธิ์ภาพ เสียง วิดีโอ ชื่อรายการ และรูปแบบการนำเสนอเป็นของ RAINBOW MEDIA ผู้ผลิตรายการ สถานีโทรทัศน์ และเจ้าของสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง โปรดรับชมและสนับสนุนวิดีโอจากช่องต้นฉบับ

ข้อควรพิจารณา: เรื่องราวเกี่ยวกับปาฏิหาริย์ การขอพร และพุทธคุณเป็นความเชื่อส่วนบุคคลกับคำบอกเล่าที่สืบต่อกันมา มิใช่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือคำรับรองว่าจะเกิดผลแก่ทุกคน โปรดใช้วิจารณญาณและยึดหลักเหตุผลในการดำเนินชีวิต

Comments are closed.